สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือก สำนักงานให้เช่า 

การประกอบธุรกิจต่าง ๆ ในยุคปัจจุบัน หากจะซื้ออาคารพาณิชย์หรือสร้างสำนักงานออฟฟิศเองนั้น ดูจะเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทุนสูง เพราะอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในแหล่งทำเลดี ก็มีราคาพุ่งสูงขึ้นทุกปี ผู้ประกอบการหลายรายจึงหันมาเลือกการเช่าสำนักงานแทน เพราะสามารถคุมต้นทุนได้ แถมยังมีความยืดหยุ่นในเรื่องของการย้ายเข้า-ย้ายออก เพราะหากจำเป็นต้องมีการย้ายสำนักงาน เราก็จะสามารถเปลี่ยนสถานที่ได้ แต่ถ้าเราสร้างอาคารหรือสำนักงานเป็นของตัวเอง ก็จะเป็นการผูกขาดให้เราย้ายไปไหนไม่ได้เพราะมีการลงทุนไปแล้ว แต่ก่อนที่เราจะเลือก สำนักงานให้เช่า สักแห่งนั้น มีหลายสิ่งที่เราควรรู้ ดังนี้

ก่อนเลือกเช่าสำนักงาน ควรรู้อะไรก่อนบ้าง

1.ทำเลที่ตั้ง

สถานที่ตั้งสำนักงานของเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือก เพราะนั่นหมายถึงความสะดวกในการมาทั้งของพนักงานบริษัท และลูกค้าหรือผู้มาติดต่อ ควรจะเลือกที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายทั้งขนส่งสาธารณะและรถยนต์ส่วนตัว เพื่อให้การทำงานและการเดินทางมาติดต่อธุรกิจราบรื่นขึ้น

2.ประเภทของ สำนักงานให้เช่า

เราควรเลือกประเภทของสำนักงานที่ต้องการเช่าให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรา โดยประเภทสำนักงานเช่า มีดังนี้

2.1.สำนักงานสำเร็จรูป

คือ สำนักงานที่มีการตกแต่งเรียบร้อยแล้ว พร้อมให้เช่าและใช้งานได้เลย โดยจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน มีพื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่ส่วนต้อนรับ โดยจะคิดค่าเช่าตามขนาดของห้องที่ทำสัญญาเช่ากัน และชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน

2.2.สำนักงานเปล่า

คือ สำนักงานที่เป็นพื้นที่เปล่า และมีขนาดใหญ่กว่าสำนักงานสำเร็จรูป โดยจะมีพื้นที่ 100 ตารางเมตรขึ้นไป ไม่มีการตกแต่งหรือติดตั้งใด ๆ ผู้เช่าต้องทำการออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ และระบบทุกอย่างเอง ทำให้เมื่อหมดสัญญาเช่า ผู้เช่าจำเป็นจะต้องรื้อถอนทุกสิ่งที่ติดตั้งใหม่ออกทั้งหมด ก่อนทำการคืนพื้นที่ให้กับผู้ให้เช่า

2.3.สำนักงานแบบ Co-working Space

คือ สำนักงานที่จัดพื้นที่ให้คนมานั่งทำงานร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ภายในบริษัทเดียวกัน มีการจัดพื้นที่ทำงานไว้ให้ ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ห้องประชุม และอินเตอร์เน็ทความเร็วสูง เหมาะสำหรับบริษัทเล็ก ๆ อย่างธุรกิจ Start Up หรือ SME ที่มีพนักงานไม่เกิน 5 คน

หากว่าธุรกิจของคุณจำเป็นต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่และมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งพื้นที่ใช้งาน ก็ควรเลือกเช่าสำนักงานเปล่าจะดีที่สุด แต่ถ้าธุรกิจของคุณมีขนาดไม่ใหญ่มาก และมีพนักงานไม่เยอะ การเลือกสำนักงานสำเร็จรูปก็ดูจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะมีความสะดวกกว่ามาก และถ้าคุณมีธุรกิจเล็ก ๆ แบบ SME การเลือกสำนักงานแบบใหม่อย่าง Co-working Space ก็น่าจะเหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

3.ความสะดวกในการเดินทาง

เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อจะเลือกเช่าสำนักงาน ต้องมีระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้และเพียงพอ หากมีเส้นทางของรถไฟฟ้าผ่าน ก็จะยิ่งทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น โดยในปัจจุบันกำลังมีการต่อขยายและสร้างสถานีรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกหลายสาย ทำให้ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ แทบทั้งหมด การจะเลือกหา สำนักงานให้เช่า ที่อยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าจึงไม่ยากนัก เพราะในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ที่จะเพิ่มส่วนต่อขยายยาวไปจนถึงรังสิต ปทุมธานี ทำให้สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ต่าง ๆ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องผูกติดอยู่กับการเลือกแต่สำนักงานราคาแพงที่อยู่ติดรถไฟฟ้าในทำเลเดิม ๆ

4.ค่าเช่าสำนักงาน

ด้วยเพราะค่าใช้จ่ายในการเช่าสำนักงานแต่ละแห่งและแต่ละประเภทนั้นจะแตกต่างกันออกไป และมีการแบ่งผู้เช่าออกเป็น 2 ประเภท

4.1.ผู้เช่าหลัก

ผู้เช่าประเภทนี้จะเป็นบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียง และมักจะเช่าพื้นที่สำนักงานทั้งชั้น หรือเช่าหลายชั้น ค่าเช่าของประเภทนี้ถ้าคิดเป็นตารางเมตรแล้ว อาจจะถูกกว่าผู้เช่ารองที่ใช้พื้นที่น้อยกว่า เพราะมีอำนาจต่อรองสูงและเช่าพื้นที่เยอะ

4.2.ผู้เช่ารอง

ผู้เช่าประเภทนี้จะเป็นบริษัทที่เล็กลงมา และมักเช่าพื้นที่เป็นห้อง ๆ อาจจะเช่าหลายห้องไปจนถึงครึ่งชั้น แต่อัตราค่าเช่าต่อตารางเมตรจะสูงกว่าผู้เช่าหลัก เพราะมีอำนาจต่อรองได้น้อยกว่านั่นเอง

5.สภาพภายในสำนักงาน

ก่อนจะเลือก สำนักงานให้เช่า ต้องไม่ลืมที่จะตรวจดูสภาพของสำนักงานด้วย ว่ามีสภาพเรียบร้อยดีหรือไม่ อุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ โต๊ะ เก้าอี้ ควรอยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งาน หากมีการชำรุดทรุดโทรม ควรแจ้งเจ้าของพื้นที่ให้จัดการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ ก่อนที่เราจะตกลงเซ็นสัญญาเช่า

6.สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่โดยรอบ

สำนักงานที่เราต้องการจะย้ายเข้าไปนั้น นอกจากตรวจดูสภาพและบรรยากาศภายในสำนักงานแล้ว ต้องดูบรรยากาศโดยรอบของสำนักงานด้วย ว่าอยู่ในย่านธุรกิจหรือไม่ ใกล้แหล่งชุมชนแบบไหน มีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ที่เพียงพอต่อพนักงานหรือเปล่า รวมไปถึงบรรยากาศมีความน่าอยู่ น่าทำงานแค่ไหน มีเสียงดังรบกวนสมาธิการทำงานหรือไม่ เช่น ไม่ควรอยู่ใกล้สถานที่ที่กำลังก่อสร้าง หรือใกล้กับสนามบินจนเกินไป เป็นต้น

7.ที่จอดรถ

เป็นอีกสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะการเดินทางมาทำงานหรือการเดินทางมาติดต่อธุรกิจ นอกเหนือไปจากใช้ระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวกแล้วนั้น ต้องมีการอำนวยความสะดวกแก่คนที่ใช้รถยนต์ด้วย ดังนั้น การที่อาคารหรือสำนักงาน นั้นมีที่จอดรถอย่างเพียงพอ ก็จะทำให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น อย่าลืมสอบถามถึงอัตราค่าจอดรถให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาในภายหลัง

ทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่ผู้ที่กำลังหา สำนักงานให้เช่า ควรรู้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกพื้นที่เช่าทำสำนักงานได้ตรงตามจุดประสงค์ และตรงกับงบประมาณที่วางไว้ อย่าลืมวางแผนธุรกิจของคุณให้ดีด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่เซ็นสัญญาเช่านั้น ธุรกิจของคุณจะดำเนินการไปแบบไหน และรายได้ของบริษัทจะเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในอนาคตหรือไม่ หรือหากบริษัทมีความจำเป็นต้องย้ายที่ตั้งสำนักงาน ก็ต้องวางแผนให้รอบคอบก่อนทำการเซ็นสัญญาด้วย เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาตามมานั่นเอง